ความรู้เบื้องต้น เรื่อง สีพ่นรถยนต์ สีพ่นรถยนต์ ผสมสีพ่นรถยนต์ สีผสม

ความรู้เบื้องต้นเกี่ยวกับสีพ่นรถยนต์

สีเป็นองค์ประกอบที่สำคัญในการทำให้รถยนต์แต่ละคันมีความสวยงาม และยังสร้างเสน่ห์สร้างความเป็นตัวตนให้กับผู้ครอบครองรถคันนั้นๆได้เป็นอย่างดี
ดังนั้น น.แฮปปี้แลนด์ เพ้นท์ จะมาแนะนำเพื่อให้ทุกๆท่านมีความรู้ความเข้าใจมากยิ่งขึ้นในการเลือก ซื้อ/ใช้ สีพ่นรถยนต์ให้เหมาะสมกับการใช้งานในการซ่อมสีรถยนต์นั้น
สีพ่นรถยนต์แบ่งออกเป็น 3 ประเภท ได้แก่

1. สี 1K หรือ สีแห้งเร็ว

สี 1K : คือสีระบบ 1 องค์ประกอบ (1 Komponent) หรือที่เข้าใจและเรียกติดปากว่า “สีแห้งเร็ว” คือ ประกอบด้วยส่วนของตัวสีเพียงอย่างเดียว
ในการใช้ งานอาจนำมาผสมกับตัวทำละลาย เช่น ทินเนอร์ หรือน้ำมันสน เพื่อให้สะดวกต่อการใช้งานมากขึ้น

สี 1K มีด้วยกัน หลายชนิด คือ
– สี 1K ซินเทติกอีนาเมล หรือสีน้ำมัน เป็นสี 1K แบบแห้งตัวช้า ซึ่งแห้งตัวโดยการทำปฏิกิริยากับ ออกซิเจนในอากาศ (Qxidation)
– สี 1K ไนโตรเซลลูโลส เป็นสี 1K แบบแห้งตัวเร็ว ซึ่งแห้งตัวโดยการระเหยตัวของตัวทำละลาย เช่น ทินเนอร์ (Physical Drying)
– สี 1K อะคริลิค เป็นสี 1K แบบแห้งตัวเร็ว ซึ่งแห้งตัวโดยการระเหยตัวของตัวทำละลาย เช่นทินเนอร์ (Physical Drying)

2. สี 1K หรือ สีแห้งเร็ว

สี 2K : คือสีระบบ 2 องค์ประกอบ (2 Komponent) หรือที่เข้าใจและเรียกติดปากว่า “สีแห้งช้า” คือประกอบ ด้วยส่วนของตัวสี
ซึ่งคือองค์ประกอบที่ 1 และตัวเร่งปฏิกิริยา (Hardener หรือ Activator) ซึ่งคือองค์ ประกอบที่ 2
โดยก่อนใช้งานต้องนำทั้ง 2 องค์ ประกอบมาผสมกันตามอัตราส่วน เพื่อให้เกิดการทำ ปฏิกิริยาทางเคมี ซึ่งจะทำให้สีเกิดการแห้งตัว (Chemical Drying)

สี 2K ที่ใช้ในงานสีรถยนต์ จะมี 2 ชนิดหลักด้วยกัน คือ
– สี 2K แบบ”อีพ็อกซี่”
– สี 2K แบบ “โพลียู รีเทน” (หรือผสมกับอะครีลิค)
สำหรับตัวเร่งปฏิกิริยาที่ใช้จะเป็นสารประเภท ไอโซไซยาเนท (Isocyanate) ซึ่งจะ ทำให้สีเกิดการแห้ง ตัวภายหลังผสมตามอัตราส่วนที่บริษัทผู้ผลิตกำหนด สี 2K

หลังจากแห้งตัวแล้ว จะมีคุณสมบัติในด้าน ความแข็งแรงของชั้นฟิล์มสีสูง มีความทนทานต่อตัวทำละลายเช่นทินเนอร์ หรือน้ำมันเบนซิน / ดีเซลได้ ดีมาก
และทนทานต่อสารเคมีต่างๆ เช่น น้ำมันเบรกได้ดี นอกจากนี้ยังมีการยึดเกาะที่ดีเยี่ยม ให้ความ เงางามสูง มีเนื้อสีมาก รวมทั้งสามารถทนทานต่อแสงแดดได้ดี
จึงไม่ซีดจางง่าย มีความคงทนสูงและ คงสภาพเดิมได้นาน กล่าวคือมีคุณสมบัติที่เทียบเคียงได้กับสี OEM ในปัจจุบันนี้ สี 2K ได้ถูกพัฒนาให้
สามารถแห้งตัวได้เร็วขึ้นมาก โดยที่คุณสมบัติยังเหมือนเดิม

การแห้งตัวของสี

การแห้งตัวของสีถือว่า เป็นส่วนสำคัญที่ส่งผลถึงคุณภาพของสี ซึ่งการแห้งตัวที่เกิดจากการทำ ปฏิกิริยาระหว่าง ระหว่างองค์ประกอบ 2 ส่วน
ซึ่งส่วนหนึ่งอยู่ในเรซิ่น (RESIN) ของสี และอีกส่วนอยู่ใน ตัวเร่ง หรือ ฮาร์ดเดนเนอร์ (HARDENER) นั้น ถือว่าเป็นการแห้งตัวที่ทำให้ได้ฟิล์มที่แห้งสมบูรณ์
ฟิล์ม สีจึงค่อนข้างแข็งแกร่งและมีคุณสมบัติในด้าน อื่นๆ ดีมาก ดังนี้
– Durability: ความทนทาน รถยนต์ที่ซ่อมสีโดยใช้ระบบสี 2K จะคงสภาพเดิมและมีระยะเวลาคงสภาพ เดิมได้ ไม่ต่ำกว่า 5 ปี
– Weather resistance: ความคงทนต่อสภาพดินฟ้าอากาศ
– Chemical resistance: สามารถทนทานต่อสารเคมีต่างๆ ได้ดี เช่น ทินเนอร์ น้ำมันเบรก
– Color retention: สามารถคงสภาพสีเดิม ไม่ซีดจางจากเดิมง่าย
– Gloss: มีความเงางามสูง ให้คุณสมบัติเหมือนสีรถที่ออกจากโรงงานกระกอบรถยนต์ O.E.M ( Original Equipment Manufacturing )

 

3. สี OEM

คือสีที่ใช้ในโรงงานประกอบรถยนต์ สีชนิดนี้มีเพียงองค์ประกอบเดียว ในการใช้งานอาจนำมาผสมกับ ตัวทำละลายเพื่อให้สะดวกต่อการใช้งานมากขึ้น
สีชนิดนี้จะแห้งตัวโดยการการอบที่อุณหภูมิสูง ประมาณ 120- 160 C จึงเรียกอีกชื่อหนึ่งว่า “สีอบ” (High Bake Paint) หลังจากสีแห้งตัวแล้ว
จะมีฟิล์มสี ที่มีคุณภาพดีมาก ความแข็งแรงของชั้นฟิล์มสีสูง มีความทนทานต่อตัวทำละลายเช่นทินเนอร์ หรือ น้ำมันเบนซิน / ดีเซลได้ดีมาก
และทนทานต่อสารเคมีต่างๆ เช่นน้ำมันเบรกได้ดี นอกจากนี้ยังมีการยึด เกาะที่ดีเยี่ยม ให้ความเงาที่ดี มีเนื้อสี มาก รวมทั้งสามารถทนทานต่อแสงแดดได้ดี จึงไม่ซีดจางง่าย
มี ความคงทนสูงและคงสภาพเดิมได้นานมาก

4. การพ่นซ่อมสีรถยนต์

การพ่นซ่อมสีรถยนต์ในอู่ซ่อมสีทั่วไปนั้น จะเลือกใช้สีได้แค่ 2 แบบ คือสี 1K หรือสี 2K เท่านั้น จะไม่ สามารถนำสี OEM มาใช้ได้ เนื่องจากสี OEM

จะต้องอบอุณหภูมิสูงมาก ซึ่งอู่ไม่สามารถทำได้ ใน ปัจจุบันนี้อู่ซ่อมสีชั้นนำจะหันมาใช้สีระบบ 2K เนื่องจากมีคุณภาพโดยรวมที่ดีกว่าสี 1K มาก